กองทุนสวัสดิการ

คำจำกัดความ

การสงเคราะห์ หมายถึง การช่วยเหลือ การอุดหนุนหรือช่วยเหลือแก่ผู้ขอรับสวัสดิการเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคง
เงินสงเคราะห์ หมายถึง เงินจากกองทุนการสงเคราะห์ ที่มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จ่ายให้กับสมาชิกของ ผู้ขอรับสวัสดิการ อันเนื่องจากเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้ โดยให้เป็นไปตามหนังสือรับรองกองทุนการสงเคราะห์
สมาชิก ของผู้ขอรับสวัสดิการ ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ หมายถึง การที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าจ้างตอบแทนหรือผลกำไรได้เลยไม่ว่าจะเป็นงานที่รับจ้างหรืองานของตนเอง ซึ่งมีหลักฐานพิสูจน์ได้ตามใบรายงานแพทย์แผนปัจจุบัน 
ผู้ขอรับสวัสดิการ หมายถึง สหกรณ์ บุคลากรของสหกรณ์ และหรือประชาชน
เงินอุดหนุน หมายถึง  เงินที่ผู้ขอรับสวัสดการส่งเข้ากองทุน
มูลนิธิ หมายถึง มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย

                     

วัตถุประสงค์

ให้การสงเคราะห์

 

การให้การสงเคราะห์ จากกองทุนการสงเคราะห์

กองทุนการสงเคราะห์ ให้การสงเคราะห์กับสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ  2 กรณี คือ

1. สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิต ให้การสงเคราะห์หนี้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ตลอดชีวิตตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ โดยคำนวณจากยอดหนี้ที่ค้างชำระกับผู้ขอรับสวัสดิการ
2. สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าจ้างตอบแทนหรือผลกำไรได้เลยไม่ว่าจะเป็นงานที่รับจ้างหรือการงานของตนเองพร้อมทั้งหลักฐานพิสูจน์ได้
  และหนี้ที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นจะให้การสงเคราะห์หนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ มีอายุ 75 ปีบริบูรณ์ เมื่อสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ขอรับเงินสงเคราะห์ไปแล้วจะไม่สามารถขอรับเงินสงเคราะห์ได้อีก

 

  

การนับอายุสมาชิก    

กองทุนการสงเคราะห์มีหลักเกณฑ์การนับอายุสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ คือนับตั้งแต่วันแรกที่เกิดถือเป็นวันเกิดปีที่ 1  อายุครบ   1  ปี บริบูรณ์เมื่อนับไปถึง 365 วันหรือ 366 วันตามปีปฏิทิน

 

 ตัวอย่าง 

หากสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2502 ดังนั้นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ จะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 2 มีนาคม  พ.ศ. 2557   และอายุครบ 75 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 2  มีนาคม  พ.ศ. 2577   ตามลำดับ และ สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.  2500 ดังนั้นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ จะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.  2554   และอายุครบ 75 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 31 ธันวาคม  พ.ศ.  2574  ตามลำดับ

      

 ยอดเงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์

กองทุนการสงเคราะห์ให้การสงเคราะห์ยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่มีอยู่กับผู้ขอรับสวัสดิการ ซึ่งสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ที่มีชื่อปรากฏเป็นชื่อแรกในคำขอกู้เท่านั้น โดยยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ที่ได้รับการสงเคราะห์ ณ เวลาเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้  กองทุนมีสิทธิ์สงเคราะห์ให้กับสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ ตามเงื่อนไข ในกรณีที่เงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์นั้น มีการกระทำไม่ผิดข้อตกลง หรือไม่ขาดส่งเงินต้นและหรือดอกเบี้ย เงินสงเคราะห์ก็จะรวมถึงดอกเบี้ยด้วยโดยคิดตั้งแต่วันที่ชำระเงินต้นและหรือดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายถึงวันที่เสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้ของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ  แต่ต้องไม่เกินกว่า  180  วัน อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ  15  ต่อปี ตามยอดเงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์


ส่วนค่าปรับ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการติดตามหนี้ และค่าธรรมเนียมทนาย จะไม่รวมอยู่ในเงินสงเคราะห์ตามเงื่อนไข วงเงินสงเคราะห์สูงสุดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิ

ผู้ขอรับสวัสดิการ จะต้องไม่ค้างชำระเงินอุดหนุนและจะต้องขอรับเงินสวัสดิการภายในระยะเวลา 180 วันนับจากที่วันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิตตามใบมรณะบัตร   กรณีเกิน 180 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการมูลนิธิ

เอกสารประกอบการขอรับสวัสดิการ(ใบมรณะบัตร)ให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในเอกสารหรือทายาท และประธานกรรมการดำเนินการหรือผู้จัดการผู้ขอรับสวัสดิการรับรองสำเนาถูกต้องด้วยทุกครั้ง

     

 

ยอดเงินกู้ที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์

  1. เงินกู้ค้างชำระของนิติบุคคล สโมสร องค์กร สหกรณ์อื่น หรือกลุ่มกิจกรรมต่างๆ
  2. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการที่รับเงินกู้หลังจากที่สมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการมีอายุเกิน 75 ปีบริบูรณ์
  3. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สมาชิกไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้
  4. เงินกู้ค้างชำระและดอกเบี้ยในส่วนที่เกินวงเงินให้การสงเคราะห์สูงสุด
  5. เงินกู้ค้างชำระเกินกว่า 25 ปี โดยจะเริ่มนับจากวันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการรับเงินกู้
  6. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่ไม่บรรลุนิติภาวะ
  7. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่เจ็บป่วยหรือรักษาพยาบาลก่อนมาเป็นสมาชิก  ผู้ขอรับสวัสดิการ และ/หรือมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์โดยอันมิชอบ
  8. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ค้างชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนการสงเคราะห์และขาดส่งรายงานการเงินสวัสดิการไปยังมูลนิธิ ตามระยะเวลาที่กำหนด
  9. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ค้างชำระค่าบำรุง  มูลนิธิ ประจำปี

 

เกณฑ์การให้เงินสงเคราะห์โดยคิดจาก

  1. ยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์ตามเงื่อนไข
  2. ดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินกู้ค้างชำระ ของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์ตามเงื่อนไข โดยนับตั้งแต่วันที่ค้างชำระถึงวันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าตอบแทนได้ แต่ทั้งนี้รวมแล้วไม่เกินกว่า 180 วันและจะคิดให้ในอัตราดอกเบี้ยตามที่ผู้ขอรับสวัสดิการ กำหนด แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี
  3. เงินสงเคราะห์สูงสุดแต่ละราย เมื่อรวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น จะได้รับการสงเคราะห์ตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ แต่ไม่เกินวงเงินสูงสุด
  4. เงินสงเคราะห์สูงสุด อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดย มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับสวัสดิการ ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน

 

ตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์

อายุสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ
(ณ วันที่รับเงินกู้)
อัตราเงินสงเคราะห์
(ร้อยละ)
1)  อายุไม่เกิน 69  ปีบริบูรณ์ 100
2)  อายุปีที่ 70   -   75 ปีบริบูรณ์ 40

 

หมายเหตุ    

       1. เงินกู้ค้างชำระนั้นต้องเกิดก่อนที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการอายุ 75 ปีบริบูรณ์เท่านั้น

  1. การสงเคราะห์จะคิดจากยอดหนี้ค้างชำระ ณ วันที่เสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆได้   การคำนวณเงินสงเคราะห์ตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ในแต่ละช่วงอายุ ณ วันที่รับเงินกู้

 

 ตัวอย่าง  การคำนวณเงินสงเคราะห์

นายก้านบัว  สีสวย   เกิดเมื่อวันที่  5 มิถุนายน  2482   ได้กู้เงินกับผู้ขอรับสวัสดิการทุน เมื่อวันที่  30  ตุลาคม  2552 (อายุปีที่ 70) จำนวน 100,000  บาท   อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 บาทต่อปี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่  31  พฤษภาคม 2553  (อายุปีที่ 71)    ซึ่ง ณ วันที่เสียชีวิตนายก้านบัว  สีสวย  มีเงินกู้ค้างชำระอยู่จำนวน 50,000 บาท ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553 กองทุนการสงเคราะห์มีวิธีคำนวณเงินสงเคราะห์ดังนี้

วันที่รับเงินกู้ วงเงินอนุมัติ เงินต้นคงเหลือ สงเคราะห์
ร้อยละ 40
ดอกเบี้ย 9 % 
จำนวน  60 วัน 
รวมเงินสงเคราะห์
เงินกู้ค้างพร้อมดอกเบี้ย
30 ต.ค. 2552 100,000 50,000 20,000 739.75 20,739.75

 

สรุป

ขณะที่ขอรับเงินกู้  สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการมีอายุปีที่  70  อัตราการสงเคราะห์ร้อยละ 40      
เงินสงเคราะห์ ให้การสงเคราะห์เงินต้นชำระ                (50,000 x40 %) = 20,000.00  บาท
เงินสงเคราะห์  ให้ดอกเบี้ยค้างชำระ                        ( 50,000 x 60 วัน / 365 วัน x 9 %) = 739.75  บาท
รวมยอดเงินสงเคราะห์ทั้งสิ้น = 20,739.75 บาท
       

                                                                  

 หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์

การพิสูจน์ จากหลักฐานการรักษาพยาบาล(ใบรายงานแพทย์จากแพทย์แผนปัจจุบันได้รับอนุญาตตามกฎหมาย) 
ความเห็นของคณะกรรมการมูลนิธิ
เงื่อนไข เสียชีวิตภายใน 180 วันนับแต่วันที่รับเงินกู้ เสียชีวิตหลังจาก 180 วัน  นับแต่วันที่รับเงินกู้ 
กรณีที่ 1
วันที่ได้รับเงินกู้ไม่เจ็บป่วย
จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข
กรณีที่ 2
วันที่ได้รับเงินกู้เจ็บป่วย
ไม่จ่ายเงินชดเชย  ยกเว้น ดังนี้
- กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ  จ่ายเงินชดเชย ตามเงื่อนไข
- กรณีเงินกู้สัญญาต่อเนื่องหรือสัญญาปรับ
  โครงสร้างหนี้ให้ ชดเชยเฉพาะยอดเงินกู้ค้างชำระ
  ของสัญญาเดิมที่เกิน 180 วัน เท่านั้น
จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข

 

 การจัดทำรายงานการเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

 ผู้ขอรับสวัสดิการ  จัดทำรายงานการเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์ของกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ตามแบบฟอร์มที่ มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย กำหนดทุกสิ้นเดือน และจัดส่งให้ มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย  ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

 

อัตราเงินอุดหนุนกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

 อัตราเงินอุดหนุนผู้ขอรับสวัสดิการ  ต้องคำนวณเป็นรายเดือนคิดจากยอดเงินสะสมและยอดเงินกู้ค้างชำระที่อยู่ในข่ายได้รับเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์  ตามหนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ของผู้ขอรับสวัสดิการ หรือตามประกาศเพิ่มเติมของมูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย  อัตราเงินอุดหนุนนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดย มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีหนังสือแจ้งล่วงหน้ามายังผู้ขอรับสวัสดิการ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน

 รายงานการเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์และเงินอุดหนุนกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ของเดือนใด  ผู้ขอรับสวัสดิการ  จะต้องส่ง มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

 

การสิ้นสุดจากการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ

หมายถึง การสิ้นสุดของการให้การสวัสดิการจากกองทุนสวัสดิการ ดังนี้

  1. โดยการบอกเลิกจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นผู้ขอรับสวัสดิการหรือ กองทุน ก็ตามแต่ทั้งนี้จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  2.  ผู้ขอรับสวัสดิการ  เลิกกิจการ
  3. ผู้ขอรับสวัสดิการ หมดสภาพการเป็นสมาชิก มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีผลทำให้หนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการสิ้นสุดทันที

 

การขอเริ่มต้นการเป็นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการสวัสดิการใหม่

ในกรณีที่มีการบอกเลิกการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ สวัสดิการสิ้นสุดลงแล้ว และในเวลาต่อมาผู้ขอรับสวัสดิการ มีความประสงค์ที่จะขอเริ่มต้นใหม่สามารถกระทำได้ 2 วิธีคือ

  1. การต่อการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ
สมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ ต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรและจะต้องส่งรายงานการเงินพร้อมชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ที่ค้างอยู่ทั้งหมดไปยังกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์
ผลของการต่อการเป็นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการคือ    การให้สวัสดิการจะไม่ขาดตอน  แต่ผู้ขอรับสวัสดิการ  จะต้องจัดทำรายงานการเงินและชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ย้อนหลัง
  1. ยื่นความจำนงสมัครใหม่
กรณีนี้จะถือเสมือนเป็นการสมัครใหม่ทุกประการ  หากคณะกรรมการมูลนิธิ พิจารณารับเป็นผู้ขอรับสวัสดิการกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์จะออกหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการฉบับใหม่ให้
ผลการยื่นความจำนงสมัครใหม่คือ     กองทุนสวัสดิการจะเริ่มให้การสวัสดิการใหม่ นับตั้งแต่เริ่มต้นหนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการฉบับใหม่โดยที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ไม่ต้องจัดทำรายงานการเงินและชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการย้อนหลัง

 

เอกสารประกอบการขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

ผู้ขอรับสวัสดิการ  มีความประสงค์ที่จะขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์     จะต้องส่งหลักฐานต่างๆ  ดังต่อไปนี้ไปยังมูลนิธิเครดิตยูเนี่ยไทย

  1. ใบขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์
  2. ใบแจ้งความจำนงสมัครเข้าเป็นสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  3. สมุดประจำตัวสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  4. ทะเบียนหุ้นและบัญชีเงินกู้
  5. ใบคำขอกู้ที่ยังมีพันธะอยู่กับสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและหรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  7. ใบมรณบัตร (กรณีเสียชีวิต) ให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในเอกสารหรือทายาท และประธานกรรมการดำเนินการหรือผู้จัดการผู้ขอรับสวัสดิการรับรองสำเนาถูกต้องด้วยทุกครั้ง
  8. ใบรายงานแพทย์แผนปัจจุบันได้รับอนุญาตตามกฎหมายผู้ทำการรักษาหรือประวัติการรักษาพยาบาล กรณีสมาชิกเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ หรือกรณีไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพได้ใดๆ ได้
  9. ใบชันสูตรพลิกศพของแพทย์และบันทึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (กรณีสมาชิกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)
  10. บันทึกประจำวันการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคำพิพากษาศาลที่ต้องคดีต่างๆ (กรณีที่สมาชิกเสียชีวิตในเรือนจำหรือสถานพินิจ)

 

กองทุนสงเคราะห์

คำจำกัดความ

การสงเคราะห์ หมายถึง การช่วยเหลือ การอุดหนุนหรือช่วยเหลือแก่ผู้ขอรับสวัสดิการเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคง
เงินสงเคราะห์ หมายถึง เงินจากกองทุนการสงเคราะห์ ที่มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จ่ายให้กับสมาชิกของ ผู้ขอรับสวัสดิการ อันเนื่องจากเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้ โดยให้เป็นไปตามหนังสือรับรองกองทุนการสงเคราะห์
สมาชิก ของผู้ขอรับสวัสดิการ ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ หมายถึง การที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าจ้างตอบแทนหรือผลกำไรได้เลยไม่ว่าจะเป็นงานที่รับจ้างหรืองานของตนเอง ซึ่งมีหลักฐานพิสูจน์ได้ตามใบรายงานแพทย์แผนปัจจุบัน 
ผู้ขอรับสวัสดิการ หมายถึง สหกรณ์ บุคลากรของสหกรณ์ และหรือประชาชน
เงินอุดหนุน หมายถึง  เงินที่ผู้ขอรับสวัสดการส่งเข้ากองทุน
มูลนิธิ หมายถึง มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย

                     

วัตถุประสงค์

ให้การสงเคราะห์

 

การให้การสงเคราะห์ จากกองทุนการสงเคราะห์

กองทุนการสงเคราะห์ ให้การสงเคราะห์กับสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ  2 กรณี คือ

1. สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิต ให้การสงเคราะห์หนี้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ตลอดชีวิตตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ โดยคำนวณจากยอดหนี้ที่ค้างชำระกับผู้ขอรับสวัสดิการ
2. สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่ไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าจ้างตอบแทนหรือผลกำไรได้เลยไม่ว่าจะเป็นงานที่รับจ้างหรือการงานของตนเองพร้อมทั้งหลักฐานพิสูจน์ได้
  และหนี้ที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นจะให้การสงเคราะห์หนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ มีอายุ 75 ปีบริบูรณ์ เมื่อสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ขอรับเงินสงเคราะห์ไปแล้วจะไม่สามารถขอรับเงินสงเคราะห์ได้อีก

 

  

การนับอายุสมาชิก    

กองทุนการสงเคราะห์มีหลักเกณฑ์การนับอายุสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ คือนับตั้งแต่วันแรกที่เกิดถือเป็นวันเกิดปีที่ 1  อายุครบ   1  ปี บริบูรณ์เมื่อนับไปถึง 365 วันหรือ 366 วันตามปีปฏิทิน

 

 ตัวอย่าง 

หากสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2502 ดังนั้นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ จะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 2 มีนาคม  พ.ศ. 2557   และอายุครบ 75 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 2  มีนาคม  พ.ศ. 2577   ตามลำดับ และ สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.  2500 ดังนั้นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ จะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.  2554   และอายุครบ 75 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 31 ธันวาคม  พ.ศ.  2574  ตามลำดับ

      

 ยอดเงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์

กองทุนการสงเคราะห์ให้การสงเคราะห์ยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่มีอยู่กับผู้ขอรับสวัสดิการ ซึ่งสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ที่มีชื่อปรากฏเป็นชื่อแรกในคำขอกู้เท่านั้น โดยยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ ที่ได้รับการสงเคราะห์ ณ เวลาเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้  กองทุนมีสิทธิ์สงเคราะห์ให้กับสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ ตามเงื่อนไข ในกรณีที่เงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์นั้น มีการกระทำไม่ผิดข้อตกลง หรือไม่ขาดส่งเงินต้นและหรือดอกเบี้ย เงินสงเคราะห์ก็จะรวมถึงดอกเบี้ยด้วยโดยคิดตั้งแต่วันที่ชำระเงินต้นและหรือดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายถึงวันที่เสียชีวิตหรือไม่สามารถทำการงานหรือประกอบอาชีพใดๆ ได้ของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ  แต่ต้องไม่เกินกว่า  180  วัน อัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ  15  ต่อปี ตามยอดเงินกู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์


ส่วนค่าปรับ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการติดตามหนี้ และค่าธรรมเนียมทนาย จะไม่รวมอยู่ในเงินสงเคราะห์ตามเงื่อนไข วงเงินสงเคราะห์สูงสุดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการมูลนิธิ

ผู้ขอรับสวัสดิการ จะต้องไม่ค้างชำระเงินอุดหนุนและจะต้องขอรับเงินสวัสดิการภายในระยะเวลา 180 วันนับจากที่วันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิตตามใบมรณะบัตร   กรณีเกิน 180 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการมูลนิธิ

เอกสารประกอบการขอรับสวัสดิการ(ใบมรณะบัตร)ให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในเอกสารหรือทายาท และประธานกรรมการดำเนินการหรือผู้จัดการผู้ขอรับสวัสดิการรับรองสำเนาถูกต้องด้วยทุกครั้ง

     

ยอดเงินกู้ที่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์

  1. เงินกู้ค้างชำระของนิติบุคคล สโมสร องค์กร สหกรณ์อื่น หรือกลุ่มกิจกรรมต่างๆ
  2. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการที่รับเงินกู้หลังจากที่สมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการมีอายุเกิน 75 ปีบริบูรณ์
  3. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่สมาชิกไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าตอบแทนหรือผลกำไรได้
  4. เงินกู้ค้างชำระและดอกเบี้ยในส่วนที่เกินวงเงินให้การสงเคราะห์สูงสุด
  5. เงินกู้ค้างชำระเกินกว่า 25 ปี โดยจะเริ่มนับจากวันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการรับเงินกู้
  6. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่ไม่บรรลุนิติภาวะ
  7. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่เจ็บป่วยหรือรักษาพยาบาลก่อนมาเป็นสมาชิก  ผู้ขอรับสวัสดิการ และ/หรือมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์โดยอันมิชอบ
  8. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ค้างชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนการสงเคราะห์และขาดส่งรายงานการเงินสวัสดิการไปยังมูลนิธิ ตามระยะเวลาที่กำหนด
  9. เงินกู้ค้างชำระของสมาชิกที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ค้างชำระค่าบำรุง  มูลนิธิ ประจำปี

 

เกณฑ์การให้เงินสงเคราะห์โดยคิดจาก

  1. ยอดเงินกู้ค้างชำระของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์ตามเงื่อนไข
  2. ดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินกู้ค้างชำระ ของสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการที่มีสิทธิ์ได้รับการสงเคราะห์ตามเงื่อนไข โดยนับตั้งแต่วันที่ค้างชำระถึงวันที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆ เพื่อรับค่าตอบแทนได้ แต่ทั้งนี้รวมแล้วไม่เกินกว่า 180 วันและจะคิดให้ในอัตราดอกเบี้ยตามที่ผู้ขอรับสวัสดิการ กำหนด แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี
  3. เงินสงเคราะห์สูงสุดแต่ละราย เมื่อรวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น จะได้รับการสงเคราะห์ตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ แต่ไม่เกินวงเงินสูงสุด
  4. เงินสงเคราะห์สูงสุด อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดย มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอรับสวัสดิการ ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน

 

ตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์

อายุสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการ
(ณ วันที่รับเงินกู้)
อัตราเงินสงเคราะห์
(ร้อยละ)
1)  อายุไม่เกิน 69  ปีบริบูรณ์ 100
2)  อายุปีที่ 70   -   75 ปีบริบูรณ์ 40

 

หมายเหตุ    

       1. เงินกู้ค้างชำระนั้นต้องเกิดก่อนที่สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการอายุ 75 ปีบริบูรณ์เท่านั้น

  1. การสงเคราะห์จะคิดจากยอดหนี้ค้างชำระ ณ วันที่เสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพใดๆได้   การคำนวณเงินสงเคราะห์ตามตารางการคำนวณเงินสงเคราะห์ในแต่ละช่วงอายุ ณ วันที่รับเงินกู้

 

 ตัวอย่าง  การคำนวณเงินสงเคราะห์

นายก้านบัว  สีสวย   เกิดเมื่อวันที่  5 มิถุนายน  2482   ได้กู้เงินกับผู้ขอรับสวัสดิการทุน เมื่อวันที่  30  ตุลาคม  2552 (อายุปีที่ 70) จำนวน 100,000  บาท   อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 บาทต่อปี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่  31  พฤษภาคม 2553  (อายุปีที่ 71)    ซึ่ง ณ วันที่เสียชีวิตนายก้านบัว  สีสวย  มีเงินกู้ค้างชำระอยู่จำนวน 50,000 บาท ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2553 กองทุนการสงเคราะห์มีวิธีคำนวณเงินสงเคราะห์ดังนี้

วันที่รับเงินกู้ วงเงินอนุมัติ เงินต้นคงเหลือ สงเคราะห์
ร้อยละ 40
ดอกเบี้ย 9 % 
จำนวน  60 วัน 
รวมเงินสงเคราะห์
เงินกู้ค้างพร้อมดอกเบี้ย
30 ต.ค. 2552 100,000 50,000 20,000 739.75 20,739.75

 

สรุป

ขณะที่ขอรับเงินกู้  สมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการมีอายุปีที่  70  อัตราการสงเคราะห์ร้อยละ 40      
เงินสงเคราะห์ ให้การสงเคราะห์เงินต้นชำระ                (50,000 x40 %) = 20,000.00  บาท
เงินสงเคราะห์  ให้ดอกเบี้ยค้างชำระ                        ( 50,000 x 60 วัน / 365 วัน x 9 %) = 739.75  บาท
รวมยอดเงินสงเคราะห์ทั้งสิ้น = 20,739.75 บาท
       

                                                                  

 หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์

การพิสูจน์ จากหลักฐานการรักษาพยาบาล(ใบรายงานแพทย์จากแพทย์แผนปัจจุบันได้รับอนุญาตตามกฎหมาย) 
ความเห็นของคณะกรรมการมูลนิธิ
เงื่อนไข เสียชีวิตภายใน 180 วันนับแต่วันที่รับเงินกู้ เสียชีวิตหลังจาก 180 วัน  นับแต่วันที่รับเงินกู้ 
กรณีที่ 1
วันที่ได้รับเงินกู้ไม่เจ็บป่วย
จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข
กรณีที่ 2
วันที่ได้รับเงินกู้เจ็บป่วย
ไม่จ่ายเงินชดเชย  ยกเว้น ดังนี้
- กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ  จ่ายเงินชดเชย ตามเงื่อนไข
- กรณีเงินกู้สัญญาต่อเนื่องหรือสัญญาปรับ
  โครงสร้างหนี้ให้ ชดเชยเฉพาะยอดเงินกู้ค้างชำระ
  ของสัญญาเดิมที่เกิน 180 วัน เท่านั้น
จ่ายเงินชดเชยตามเงื่อนไข

 

 การจัดทำรายงานการเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

 ผู้ขอรับสวัสดิการ  จัดทำรายงานการเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์ของกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ตามแบบฟอร์มที่ มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย กำหนดทุกสิ้นเดือน และจัดส่งให้ มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย  ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

 

อัตราเงินอุดหนุนกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

 อัตราเงินอุดหนุนผู้ขอรับสวัสดิการ  ต้องคำนวณเป็นรายเดือนคิดจากยอดเงินสะสมและยอดเงินกู้ค้างชำระที่อยู่ในข่ายได้รับเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์  ตามหนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ของผู้ขอรับสวัสดิการ หรือตามประกาศเพิ่มเติมของมูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย  อัตราเงินอุดหนุนนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดย มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีหนังสือแจ้งล่วงหน้ามายังผู้ขอรับสวัสดิการ เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน

 รายงานการเงินสวัสดิการและการสงเคราะห์และเงินอุดหนุนกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ของเดือนใด  ผู้ขอรับสวัสดิการ  จะต้องส่ง มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

 

การสิ้นสุดจากการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ

หมายถึง การสิ้นสุดของการให้การสวัสดิการจากกองทุนสวัสดิการ ดังนี้

  1. โดยการบอกเลิกจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นผู้ขอรับสวัสดิการหรือ กองทุน ก็ตามแต่ทั้งนี้จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
  2.  ผู้ขอรับสวัสดิการ  เลิกกิจการ
  3. ผู้ขอรับสวัสดิการ หมดสภาพการเป็นสมาชิก มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย จะมีผลทำให้หนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการสิ้นสุดทันที

 

การขอเริ่มต้นการเป็นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการสวัสดิการใหม่

ในกรณีที่มีการบอกเลิกการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ สวัสดิการสิ้นสุดลงแล้ว และในเวลาต่อมาผู้ขอรับสวัสดิการ มีความประสงค์ที่จะขอเริ่มต้นใหม่สามารถกระทำได้ 2 วิธีคือ

  1. การต่อการเป็นสมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ
สมาชิกผู้ขอรับสวัสดิการ ต้องแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรและจะต้องส่งรายงานการเงินพร้อมชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ที่ค้างอยู่ทั้งหมดไปยังกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์
ผลของการต่อการเป็นสมาชิกของผู้ขอรับสวัสดิการคือ    การให้สวัสดิการจะไม่ขาดตอน  แต่ผู้ขอรับสวัสดิการ  จะต้องจัดทำรายงานการเงินและชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์ย้อนหลัง
  1. ยื่นความจำนงสมัครใหม่
กรณีนี้จะถือเสมือนเป็นการสมัครใหม่ทุกประการ  หากคณะกรรมการมูลนิธิ พิจารณารับเป็นผู้ขอรับสวัสดิการกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์จะออกหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการฉบับใหม่ให้
ผลการยื่นความจำนงสมัครใหม่คือ     กองทุนสวัสดิการจะเริ่มให้การสวัสดิการใหม่ นับตั้งแต่เริ่มต้นหนังสือรับรองกองทุนสวัสดิการฉบับใหม่โดยที่ผู้ขอรับสวัสดิการ ไม่ต้องจัดทำรายงานการเงินและชำระเงินอุดหนุนเข้ากองทุนสวัสดิการย้อนหลัง

 

เอกสารประกอบการขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์

ผู้ขอรับสวัสดิการ  มีความประสงค์ที่จะขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์     จะต้องส่งหลักฐานต่างๆ  ดังต่อไปนี้ไปยังมูลนิธิเครดิตยูเนี่ยไทย

  1. ใบขอรับเงินกองทุนสวัสดิการและการสงเคราะห์
  2. ใบแจ้งความจำนงสมัครเข้าเป็นสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  3. สมุดประจำตัวสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  4. ทะเบียนหุ้นและบัญชีเงินกู้
  5. ใบคำขอกู้ที่ยังมีพันธะอยู่กับสมาชิกรายบุคคลของผู้ขอรับสวัสดิการ
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและหรือสำเนาทะเบียนบ้าน
  7. ใบมรณบัตร (กรณีเสียชีวิต) ให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในเอกสารหรือทายาท และประธานกรรมการดำเนินการหรือผู้จัดการผู้ขอรับสวัสดิการรับรองสำเนาถูกต้องด้วยทุกครั้ง
  8. ใบรายงานแพทย์แผนปัจจุบันได้รับอนุญาตตามกฎหมายผู้ทำการรักษาหรือประวัติการรักษาพยาบาล กรณีสมาชิกเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ หรือกรณีไม่สามารถทำงานหรือประกอบอาชีพได้ใดๆ ได้
  9. ใบชันสูตรพลิกศพของแพทย์และบันทึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (กรณีสมาชิกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)
  10. บันทึกประจำวันการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคำพิพากษาศาลที่ต้องคดีต่างๆ (กรณีที่สมาชิกเสียชีวิตในเรือนจำหรือสถานพินิจ)

 

ลิขสิทธิ์ ©2018 มูลนิธิเครดิตยูเนี่ยนไทย 7/1 หมู่11 ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น จ. ขอนแก่น 40000

Search